เมื่อท่านใช้บัตรเครดิต หากตกเป็นผู้ผิดนัดในการชำระเงินค่าบัตรเครดิต ปัญหาที่จะตามมาคือ ท่านจะขาดความน่าเชื่อถือด้านการเงิน ซึ่งสถาบันการเงินเจ้าของบัตรเครดิตจะเปลี่ยนสถานะของท่านจากเดิมเป็นลูกหนี้ชั้นดีมาเป็นลูกหนี้ค้างชำระ หรือเรียกกันจนติดปากว่า แบล็กลิสต์ และจะรายงานข้อมูลการค้างชำระของท่านไปยังบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ เครดิตบูโร ส่งผลให้ท่านมีประวัติเสียด้านการเงิน และอาจจะขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ยากขึ้น
คดีบัตรเครดิตจะเริ่มนับอายุความเมื่อใด
ในคดีบัตรเครดิตโดยทั่วไปเมื่อเจ้าหนี้ได้แจ้งกำหนดการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ทราบแล้ว เมื่อถึงกำหนดลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด อายุความจะเริ่มนับทันทีในวันถัดไป โดยมีอายุความทั้งสิ้น 2 ปีนับจากผิดนัดชำระหนี้ ถ้าหากธนาคารไม่ได้ฟ้องร้องในเวลา 2 ปี คดีก็เป็นอันขาดอายุความ ซึ่งส่งผลให้ธนาคารหมดสิทธิเรียกร้องต่อลูกหนี้ ทั้งนี้ถึงขะขาดอายุความไปแล้ว ทางฝ่ายเจ้าหนี้สามารถยื่นฟ้องได้ โดยศาลก็จะดำเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป เช่น ถ้าจะให้ศาลหยิบยกเอาเรื่องการขาดอายุความขึ้นมาพิจารณานั้น ลูกหนี้ต้องยื่นคำให้การต่อสู้คดีในเรื่องของการขาดอายุความ ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งศาลก็จะนำมาพิจารณาตรวจสอบดูข้อเท็จจริง และถ้าหากเป็นจริงตามที่ลูกหนี้ยื่นคำให้การต่อสู้มา ทางศาลก็จะทำการ”ยกฟ้อง” คือพิพากษาให้คดีตกไป โดยไม่บังคับให้เป็นไปตามคําฟ้องของเจ้าหนี้ต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้ได้มีกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามมาตรา 193/29 กำหนดไว้ว่า เมื่อไม่ได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลจะอ้างเอาอายุความมาเป็นเหตุยกฟ้องไม่ได้
เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือเจ้าหนี้สามารถอายัดเงินเดือนลูกหนี้ได้หรือไม่
คำตอบคือ ได้ โดยเมื่อศาลมีคำพิพากษาให้เจ้าหนี้ชนะคดี หากลูกหนี้ไม่ชำระคืนตามคำพิพากษาภายใน 30 วัน เจ้าหนี้มีสิทธิยึดทรัพย์หรืออายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ได้ โดยศาลจะตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อออกหมายยึดและอายัดต่อไป ซึ่งทรัพย์สินที่สามารถยึดได้ มีดังนี้
1.เงินเดือน อายัดได้ไม่เกิน 30% และลูกหนี้ต้องมีเงินเดือนมากกว่า งนี้ 20,000 บาทถึงจะสามารถอายัดได้ และถ้าลูกหนี้มีค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ เช่น ค่าเลี้ยงดูบุตร ค่ารักษาพยาบาลก็สามารถนำหลักฐานไปขอลดหย่อนที่กรมบังคับคดีเพื่อลดเปอร์เซ็นต์การอายัดเงินเดือนได้
ตัวอย่างเช่น นายเอ ลูกหนี้ มีเงินเดือน 15,000 บาท กรณีนี้ไม่ถูกอายัดเงินเดือน นายบี ลูกหนี้ มีเงินเดือน 40,000 บาท กรณีนี้จะถูกอายัดได้ไม่เกิน 30% คือ 12,000 บาท คงเหลือเงินเดือนที่ไม่ถูกอายัด 28,000 บาท
2. เงินโบนัส อายัดได้ไม่เกิน 50%
3. เงินตอบแทนการออกจากงาน อายัดไว้ได้ไม่เกินสามแสนบาทหรือตามที่เจ้าหน้าที่บังคับคดีเห็นสมควร
4. เงินค่าตอบแทน ค่าสวัสดิการต่าง ๆ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ อายัดได้ตามที่ขอแต่ไม่เกิน 30%ของจำนวนทีมีสิทธิได้รับ
5. เงินในบัญชีเงินฝาก หรือเงินปันผลจากการลงทุน อายัดให้ตามที่ขอ โดยหากเจ้าหนี้ไม่ได้ระบุให้อายัดเฉพาะปีใดปีหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเป็นประจำทุกปีจนกว่าจะพ้นหนี้
6. ทรัพย์สินที่เป็นการลงทุน เช่น หุ้น ทองคำ ตราสารหนี้ หรือ กองทุน ให้อายัดให้ตามที่ขอ โดยระบุให้บุคคลภายนอกผู้รับคำสั่งอายัดส่งเงินเมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาสิ้นสมาชิกภาพ
ทรัพย์สินที่เจ้าหนี้ไม่สามารถยึดทรัพย์ได้
1. เงินเดือน ค่าจ้าง บํานาญ บําเหน็จ เบี้ยหวัดของลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการ
2. เงินเบี้ยเลี้ยงชีพ (เบี้ยคนชรา, เบี้ยคนพิการ)
3.เงินค่าวิทยฐานะ (ค่าตำแหน่งทางวิชาการ)กรณีเป็นข้าราชการ
4. เงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
5.เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ลูกหนี้เสียชีวิต
กรณีลูกหนี้บัตรเสียชีวิต ความเป็นหนี้ไม่สิ้นสุด เมื่อลูกหนี้บัตรเครดิตเสียชีวิต ให้เจ้าหนี้ทวงถามต่อกองมรดกของลูกหนี้ ผู้รับมรดกของลูกหนี้ไม่ต้องรับชำระหนี้เกินวงเงินมรดกที่ได้รับ ยกตัวอย่างเช่น ผู้รับมรดกได้รับเงินมรดกจำนวน 6 ล้านบาท แต่จำนวนหนี้สินของผู้ตายมีมากถึง 7 ล้านบาท เท่ากับว่าผู้รับมรดกจะต้องชำระหนี้แค่ตามจำนวนมรดกที่ได้รับคือ 6 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนอีก 1 ล้านบาททถือเป็นหนี้สูญไป ไม่ต้องชำระหนี้เพิ่ม
ที่มา: scbx